อุโบสถศีล

       อุโบสถ เป็นเรื่องของกุศลกรรมที่สำคัญประการหนึ่งของคฤหัสถ์ แปลว่า การเข้าจำ เพื่อหยุดการงานของฆราวาส เช่น ทำนา ทำไร่เป็นต้นไว้ชั่วคราวแล้ว มาทำกิจกรรมทางศาสนา เป็นการขัดเกลากิเลสอย่างหยาบให้เบาบาง และเป็นทางแห่งความสงบระงับ อันเป็นความสุขสูงสุดในพระพุทธศาสนา เพราะฉะนั้น พุทธศาสนิกชนผู้เป็นฆราวาส จึงนิยมเอาใจใส่หาโอกาสประพฤติปฏิบัติตามสมควร
       อุโบสถนั้น ปฏิบัติกันมาก่อนพุทธกาล ปรากฏที่มาในอรรถกถาคังคมาลชาดก อัฏฐกนิบาต และในอุโบสถขันธกะ ดังนี้
       ในอรรถกถาคังคมาลชาดก มีใจความว่า สมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่พระวิหารเชตวัน ตรัสเรียกคนรักษาอุโบสถมาแล้ว ตรัสว่า พวกเธอทั้งหลายทำความดีแล้วที่รักษาอุโบสถ พวกเธอผู้รักษาอุโบสถ ควรให้ทาน รักษาศีล ไม่ควรทำความโกรธ ควรเจริญเมตตาภาวนา ควรอยู่จำอุโบสถให้ครบเวลา เพราะว่าบัณฑิตในปางก่อน อาศัยอุโบสถเพียงกึ่งเดียวยังได้ยศใหญ่มาแล้ว อันอุบาสกและอุบาสิกาเหล่านั้นทูลขอร้องแล้ว จึงได้นำเรื่องอดีตมาเล่าว่า
       ในอดีตกาล มีเศรษฐีคนหนึ่ง มีทรัพย์มาก มีบริวาร มีจิตใจสะอาด ชอบทำบุญบริจาคทาน ภรรยา บุตร ธิดา บริวารชน แม้กระทั่งคนเลี้ยงวัวของเศรษฐีนั้น ล้วนเป็นผู้เข้าจำอุโบสถ เดือนละ ๖ วันในกาลนั้น พระโพธิสัตว์เกิดในครอบครัวคนขัดสน มีอาชีพรับจ้าง เป็นอยู่อย่างอัตคัดขัดสน เขาไปยังบ้านของเศรษฐีเพื่อขอทำงาน เศรษฐีบอกว่า ทุกคนในบ้านนี้ ล้วนแต่เป็นผู้รักษาศีล ถ้าเธอรักษาศีลได้ ก็ทำงานได้ แต่ลืมบอกวิธีรักษาศีลแก่เขา
       พระโพธิสัตว์ เป็นคนว่าง่าย ทำงานแบบถวายชีวิต ไม่คำนึงถึงความยากลำบาก ตื่นก่อน นอนทีหลังเสมอ ต่อมาวันหนึ่ง มีมหรสพในเมือง เศรษฐีเรียกสาวใช้มาสั่งว่า วันนี้เป็นวันอุโบสถ เธอจงหุงอาหารให้คนงานแต่เช้าตรู่ พวกเขารับประทานอาหารแล้ว จะได้รักษาอุโบสถ ฝ่ายพระโพธิสัตว์ ตื่นนอนแล้ว ได้ออกไปทำงานแต่เช้ามืด ไม่มีใครบอกว่าวันนี้เป็นวันอุโบสถ คนทั้งหมดรับประทานอาหารเช้าแล้ว ต่างรักษาอุโบสถ แม้เศรษฐีพร้อมภรรยาและบุตรธิดา ก็ได้อธิษฐานอุโบสถ ไปยังที่อยู่ของตนแล้ว นั่งนึกถึงศีล
       พระโพธิสัตว์ทำงานตลอดวัน เมื่อพระอาทิตย์ตกดิน จึงได้กลับมา แม่ครัวนำอาหารไปให้ พระโพธิสัตว์ รู้สึกแปลกใจ จึงถามว่า วันอื่น ๆ เวลานี้ มีเสียงดัง วันนี้ คนเหล่านั้นไปไหนกันหมด ครั้นทราบว่าทุกคนสมาทานอุโบสถ ต่างอยู่ในที่ของตน จึงคิดว่า เราคนเดียวไม่มีศีลในท่ามกลางของผู้มีศีล จะอยู่ได้อย่างไร? เราจะอธิษฐานอุโบสถ ในตอนนี้จะได้หรือไม่หนอ? จึงเข้าไปถามเศรษฐี เศรษฐี บอกว่า เมื่อรักษาอุโบสถตอนนี้ จะได้อุโบสถกรรมครึ่งเดียว เพราะไม่ได้อธิษฐานแต่เช้า พระโพธิสัตว์ บอกว่า ครึ่งเดียวก็ได้ขอรับ จึงสมาทานศีลกับเศรษฐีอธิษฐานอุโบสถ เข้าไปยังที่อยู่ของตน นอนนึกถึงศีล ในปัจฉิมยาม หิวอาหารจนเป็นลม เพราะยังไม่ได้รับประทานอาหารเลย ตลอดทั้งวัน เศรษฐีนำเอาเภสัชต่าง ๆ มาให้ ก็ไม่ยอมรับประทาน ยอมเสียชีวิต แต่ไม่ยอมเสียศีล ในขณะใกล้จะเสียชีวิต พระเจ้าพาราณสี เสด็จประทักษิณพระนครมาถึงที่นั้น เขาได้เห็นสิริแห่งพระราชา จึงปรารถนาราชสมบัติ ครั้นสิ้นชีวิตแล้ว ได้ถือปฏิสนธิในพระครรภ์อัครมเหสี เพราะผลแห่งอุโบสถกรรมกึ่งหนึ่ง ครั้นประสูติแล้ว ทรงได้รับขนานพระนามว่า อุทัยกุมาร
       ในอุโบสถขันธกะ มหาวรรค วินัยปิฎก มีใจความว่า สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า ประทับอยู่ที่ภูเขาคิชฌกูฏ ใกล้พระนครราชคฤห์ พวกปริพาชกผู้นับถือลัทธิอื่น ประชุมกล่าวธรรมในวัน ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ และวัน ๘ ค่ำ คนจำนวนมากไปฟังธรรมของพวกเขาแล้ว ได้ความรัก ความเลื่อมใส และเป็นพวกกับปริพาชกเหล่านั้น
       พระเจ้าพิมพิสาร ได้ทรงทราบเรื่องนั้นแล้ว ทรงเกิดความคิดว่า แม้พระสงฆ์ ก็สมควรจะประชุมกันในวันเช่นนั้นบ้าง จึงเสด็จเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้ากราบทูลเรื่องนั้นแล้วเสด็จกลับ พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมาแล้ว ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้เธอทั้งหลายประชุมพร้อมกัน ในวัน ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ และ ๘ ค่ำ ภิกษุทั้งหลายได้ประชุมกันตามพุทธดำรัส แต่นั่งอยู่เฉย ๆ ชาวบ้านมาเพื่อจะฟังธรรมก็ไม่พูดด้วย จึงถูกติเตียน ข้อนขอดว่า เหมือนพวกสุกรใบ้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบเรื่องนั้นแล้ว จึงตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมาแล้ว ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้เธอทั้งหลายประชุมกันกล่าวธรรม ในวัน ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ และ ๘ ค่ำ ภิกษุทั้งหลายได้ทำตามนั้นแล้ว
       ทั้ง ๒ เรื่องที่นำมากล่าวนี้ ย่อมเป็นเครื่องแสดงว่า อุโบสถนั้น มีปฏิบัติกันมาก่อนแล้ว และเป็นชื่อของวันที่เจ้าลัทธินั้น ๆ กำหนดไว้ เพื่อความสะดวกในการทำกิจกรรมตามลัทธิของตน ด้วยการงดอาหาร ต่อมา เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้า เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว จึงทรงบัญญัติอุโบสถศีล อันประกอบด้วยองค์ ๘ พร้อมทั้งสรณคมน์ เพราะฉะนั้น อุโบสถ จึงมี ๒ อย่าง คือ
       ๑. อุโบสถนอกพุทธกาล ได้แก่ การเข้าจำด้วยการงดอาหาร ตั้งแต่เที่ยงวันไปแล้ว ในวันที่กำหนดไว้ ดังคำที่พระอรรถกถาจารย์กล่าวไว้ ในอรรถกถาคังคมาลชาดก อัฏฐกนิบาตว่า บุตรและภรรยาก็ดี บริวารชนก็ดี ของเศรษฐีนั้น โดยที่สุดแม้คนเลี้ยงโคในเรือนนั้น ทั้งหมดล้วนเข้าจำอุโบสถเดือนละ ๖ วัน
       ๒. อุโบสถในสมัยพุทธกาล ได้แก่ อุโบสถที่เป็นพุทธบัญญัติ อันประกอบด้วยสรณคมน์ และองค์ ๘ มีปาณาติปาตา เวรมณี เป็นต้น ดังคำที่พระอรรถกถาจารย์กล่าวไว้ ในอรรถกถา กูฏทันตสูตรว่า ศีล ๘ มีอานิสงส์มากกว่าสรณคมน์ เพราะตั้งอยู่ในสรณคมน์ก่อนแล้ว จึงรักษาศีล